“Huawei” ถูกลงดาบ ทรัมป์ประกาศ TSMC งดรับออเดอร์

หลายๆ คนคงจะทราบข่าวมาบ้างแล้ว เรื่องที่ประธานาธิบดีทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาออกมาประกาศถึงความปลอดภัยของประเทศพร้อมห้ามทำการค้ากับ Huawei แน่นอนว่าหลายท่านคิดว่าที่อเมริกาตัดสินใจทำแบบนั้นเนื่องจากเป็นสงครามทางการค้า และดูเหมือนว่า Huawei จะมีความล้ำหน้าในทางเทคโนโลยีเสียจนอเมริการู้สึกไม่ไว้วางใจ จนล่าสุดมีประกาศออกมาว่าห้าม TSMC รับออเดอร์

เข้าใจสถานการณ์อเมริกา VS “Huawei” พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหว

การที่ทรัมป์สั่ง TSMC งดรับออเดอร์จาก Huawei ส่งผลกระทบอย่างไร ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับ TSMC เสียก่อน TSMC คือบริษัทจากไต้หวันที่ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก มีส่วนแบ่งการตลาดของ Apple ถึง 52% Huawei เองก็เป็นหนึ่งในลูกค้าของ TSMC เช่นกัน TSMC นั้นแม้จะรับผลิตชิพแต่ก็ไม่ได้มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง โดยจะต้องรับเทคโนโลยีต่างๆ มากจากผู้ว่าจ้างเพื่อผลิตเท่านั้น ไม่มีสิทธิเปิดเผยหรือแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเทดโนโลยีเหล่านั้น โรงงานส่วนใหญ่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นทรัมป์จึงเห็นโอกาสและสามารถออกคำสั่งไปยัง TSMC ได้ เพราะ TSMC นั้นจะต้องยื่นขอใบอนุญาตทำการค้าต่อสหรัฐอเมริกา ซึ่งแน่นอนว่าหากขอทำการค้ากับ Huawei TSMC จะไม่ได้รับการอนุมัติอย่างแน่นอน ในส่วนของทาง Huawei เองพอทราบข่าวก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ทั้งยังลงทุนโดยใช้งบประมาณมากถึง 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อผลิตชิพร่วมกับ SMIC ดังนั้นคำสั่งของทรัมป์จึงดูเหมือนเป็นการลงดาบกับ TAMC มากกว่า Huawei เนื่องจาก TSMC ต้องสูญเสียรายได้มหาศาลที่ควรจะได้รับจากลูกค้ารายใหญ่อย่าง Huawei แต่ Huawei ก็ยังต้องแก้ปัญหาใหญ่อีกหนึ่งปัญหานั่นก็คือ Google Service ซึ่งเป็นแกนหลักสำคัญของระบบปฏิบัติการ Androids ที่ Huawei ใช้ ถึงแม้ว่าจะมี Huawei Gallery แต่หลายๆ แอพพลิเคชั่นก็ยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร และไม่มีหลายๆ แอพพลิเคชั่นที่คนนิยมใช้งานกันทั่วไปอีกด้วย ในส่วนของระบบปฏิบัติการ Hongmong ที่เคยมีข่าวออกมานั้นช่วงนี้ก็เงียบหายและไม่มีการอัปเดตเพิ่มเติมใดๆ นับตั้งแต่วันที่เปิดตัว Huawei จึงต้องประสบกับวิกฤตที่จะต้องแก้ไขต่อไป

จุดจบของสงครามการค้าของ “Huawei” และอเมริการจะเป็นอย่างไรต่อไป

จากการที่ทรัมป์แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนพร้อมทั้งแสดงท่าทีขัดขวางและกีดกันทางการค้ากับ Huawei ทำให้มีผู้ที่ได้รับผลกระทบมากมายทั้งด้านดีและด้านร้าย ไม่ว่าจะเป็น Huawei เองที่ต้องประสบกับวิกฤตเรื่องระบบปฏิบัติการ TSMC ที่ต้องสูญเสียรายได้ หรือแม้แต่ SMIC เองที่ได้รายได้จากการผลิตชิพแทน TSMC ไม่แน่ว่าจากการกดดันในครั้งนี้อาจจะทำให้ Huawei สามารถผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆ และระบบปฏิบัติการที่ใช้งานจริงออกมาได้เอง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงอเมริกาอาจจะต้องทบทวนอีกครั้งเกี่ยวกับการจัดการกับ Huawei